เด็ก ม.6 ต้องสอบอะไรบ้าง

เด็ก ม.6 ต้องสอบอะไรบ้าง

ม.6 แล้ว ต้องโฟกัสการเข้ามหาวิทยาลัย ต้องรู้จักระบบ TCAS ระบบหลักในการคัดเลือก มีข้อสอบมากมายเต็มไปหมด ม.6 ต้องสอบอะไรบ้างน้องๆไปดูกันเลย

 สอบปลายภาค

แน่นอนว่าต้องสอบปลายภาคกันอยู่แล้ว บางคนอาจจะมองว่าไม่สำคัญ ไม่อยากให้ทิ้งการเรียนในห้องเรียน แล้วทุ่มให้กับข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างเดียว เพราะคะแนนสอบในห้องเรียนมีผลกับ GPAX ที่จะใช้เป็นคะแนนเข้ามหาวิทยาลัยเหมือนกัน และการเรียนในห้องก็เป็นพื้นฐานของการสอบข้อสอบต่าง ๆ เตรียมตัวสอบไปพร้อมกันได้ บาลานซ์เวลาให้ดี

สอบ O-NET

O-NET การทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นการทดสอบเพื่อวัดความรู้และความคิดของนักเรียน รวมไปถึงการประเมินคุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรียน ซึ่งจะทำการสอบในตอนที่จบการศึกษาชั้น ป. 6, ม. 3 และ ม. 6 ซึ่งคะแนนการสอบของ ม. 6 ใช้เป็นองค์ประกอบในการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยอีกด้วย น้อง ๆ สามารถสอบได้ครั้งเดียวเท่านั้น คะแนนใช้ได้ตลอดชีวิต

วิชาสอบ
– มีทั้งหมด 5 วิชา ภาษาไทย, สังคม, ภาษาอังกฤษ, คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์
– ต้องสอบให้ครบทั้ง  5 วิชา

การสมัคร
ม. 6 โรงเรียนสามัญไม่ต้องสมัคร ส่วนน้อง ๆ เทียบเท่า ปวช. กศน. ก็สามารถสอบได้ในปีการศึกษาที่จบ สมัครสอบผ่านเว็บไซต์ สทศ. www.niets.or.th เปิดรับสมัคร 1 – 15 พ.ย. ทุกปี ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย

การนำคะแนนไปใช้
TCAS รอบ 2, 3, 4 แล้วแต่มหาวิทยาลัยกำหนด
โดยเฉพาะรอบ 3 รูปแบบ Admission 2 ใช้คะแนนในการคัดเลือก มีค่าน้ำหนักคะแนน 30% หรือเท่ากับ 9000 คะแนน (คะแนนเต็ม 30,000)

GAT (General Aptitude Tests)

แบบทดสอบความถนัดทั่วไป คือ การวัดศักยภาพการเรียนในมหาวิทยาลัยให้ประสบความสำเร็จ

วิชาสอบ
แบ่งเป็น 2 พาร์ท
1. GAT เชื่อมโยง ความสามารถในการอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์ และแก้โจทย์ปัญหา
2. GATภาษาอังกฤษ ความสามารถในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ
**ทั้ง 2 พาร์ท สอบวันเดียวกัน แบ่งครึ่งแรกและครึ่งหลัง

การสมัคร
น้อง ๆ ม. 6 และเทียบเท่า ต้องสมัครสอบเอง ผ่านเว็บไซต์ สทศ. www.niets.or.th  มีค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบ 140 บาท สอบได้ครั้งเดียวต่อปี คะแนนมีอายุ 2 ปี

การนำคะแนนไปใช้
TCAS รอบ 2, 3, 4 แล้วแต่มหาวิทยาลัยกำหนด
โดยเฉพาะรอบ  3 ทั้ง 2 รูปแบบ ใช้คะแนน GAT/PAT เป็นหลัก ค่าน้ำหนักแล้วแต่คณะ/มหาวิทยาลัยกำหนด

PAT (Professional and Academic Aptitude Test)

ความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ คือ การวัดความรู้พื้นฐานและศักยภาพที่จะเรียนในวิชาชีพนั้น ๆ ให้ประสบความสำเร็จ

วิชาสอบมี 7 วิชาความถนัด
1. PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์
2. PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์
3. PAT 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์
4. PAT 4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
5. PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู
6. PAT 6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์
7. PAT 7 ความถนัดทางภาษาต่างประเทศ (เลือกสอบได้ 1 ภาษา)
PAT 7.1 ภาษาฝรั่งเศส
PAT 7.2 ภาษาเยอรมัน
PAT 7.3 ภาษาญี่ปุ่น
PAT 7.4 ภาษาจีน
PAT 7.5 ภาษาอาหรับ
PAT 7.6 ภาษาบาลี
PAT 7.7 ภาษาเกาหลี

การสมัคร

ไม่ต้องสอบทุกวิชา สอบเฉพาะวิชาที่ใช้ ตามที่คณะ/สาขาต้องการ น้อง ๆ ม. 6 และเทียบเท่า ต้องสมัครสอบเอง ผ่านเว็บไซต์ สทศ. www.niets.or.th  มีค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบวิชาละ 140 บาท สอบได้ครั้งเดียวต่อปี คะแนนมีอายุ 2 ปี

การนำคะแนนไปใช้

TCAS รอบ 2, 3, 4 แล้วแต่มหาวิทยาลัยกำหนด
โดยเฉพาะรอบ  3 ทั้ง 2 รูปแบบ ใช้คะแนน GAT/PAT เป็นหลัก ค่าน้ำหนักแล้วแต่คณะ/มหาวิทยาลัยกำหนด

9 วิชาสามัญ

เป็นข้อสอบกลางที่จัดสอบโดย สทศ. เพื่อนำมาใช้ในการรับตรงเข้ามหาวิทยาลัย

วิชาสอบ
จำนวน 9 วิชา ภาษาไทย, สังคม, ภาษาอังกฤษ, คณิตศาสตร์ 1, ฟิสิกส์, เคมี, ชีววิทยา, คณิตศาสตร์ 2 และวิทยาศาสตร์ทั่วไป ไม่ว่าจะเรียนสายวิทย์หรือสายศิลป์ ก็เลือกสอบได้ทุกวิชา สทศ.กำหนดให้สอบได้สูงสุด 7 วิชา แต่ไม่จำเป็นต้องสอบครบทั้งหมด ให้น้อง ๆ เลือกสอบตามเกณฑ์การรับของแต่ละคณะ/มหาวิทยาลัย

*ปีการศึกษา 2564 น้อง ๆ ม. 6 จะใช้คะแนน O-NET คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ แทน วิชาคณิตศาสตร์ 2 และวิทยาศาสตร์ทั่วไป 

*สำหรับผู้ต้องการสมัครสอบวิชาคณิตศาสตร์ 2 และวิทยาศาสตร์ทั่วไป จะได้สอบกับสนาม O-NET คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ 

การสมัคร
น้อง ๆ ม. 6 และเทียบเท่า ต้องสมัครสอบเอง ผ่านเว็บไซต์ สทศ. www.niets.or.th  มีค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบวิชาละ 100 บาท สอบได้ครั้งเดียวต่อปี คะแนนมีอายุ 1 ปี

การนำคะแนนไปใช้
TCAS รอบ 2, 3, 4 แล้วแต่มหาวิทยาลัยกำหนด
โดยเฉพาะรอบ  3 ทั้ง 2 รูปแบบ ใช้คะแนน 9 วิชาสามัญ เป็นหลัก ค่าน้ำหนักแล้วแต่คณะ/มหาวิทยาลัยกำหนด

วิชาเฉพาะ หรือสอบตรง 

คะแนนวิชาเฉพาะ คือวัดความรู้ความสามารถเฉพาะสาขาวิชา เช่น ความถนัดแพทย์ กสพท, ความถนัดทางเภสัชศาสตร์, ความถนัดทางรัฐศาสตร์  หรือการสอบต่าง ๆ ที่มหาวิทยาลัยจัดสอบเอง น้อง ๆ สมัครและสอบกับทางมหาวิทยาลัยได้เลย

การนำคะแนนไปใช้
รอบ 2, รอบ 3 รูปแบบที่ 1 และรอบ 4 แล้วแต่มหาวิทยาลัยกำหนด

สอบวัดความสามารถทางภาษา

คะแนนวัดความสามารถทางภาษา เช่น TOEIC, TOEFL , IELTS, CU-TEP, SAT หรือภาษาที่สาม HSK, NJLPT เป็นต้น คะแนนนำไปใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้ โดยส่วนใหญ่ที่ใช้คะแนนวัดความรู้ทางภาษานี้ จะเป็นหลักสูตรนานาชาติ

การนำคะแนนไปใข้
รอบที่ 1, 2, 3 ในหลักสูตรนานาชาติ หรือหลักสูตรปกติ ที่ต้องการวัดความรู้ทางภาษามาพิจารณาในการคัดเลือก

ขอบคุณที่มา : trueplookpanya.com

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *